บ้านของคนรักอสรพิษ .ริทกันโตโน่ไอซ์'
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 จิ้น กัน ริท อ่านเร็ว สนุกๆ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
dear_dam
Newbie
Newbie


จำนวนข้อความ : 1
Join date : 23/06/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: จิ้น กัน ริท อ่านเร็ว สนุกๆ   Wed Jun 23, 2010 8:20 pm

วันนี้เอา จิ้น กัน ริท มาฝากคะ ถ้าอ่านแล้วขออภัยด้วยน้า
อ่านให้จบด้วย มีให้ยิ้มทุกตอน เริ่มเลย.....

"กัน...มึงอย่าพึ่งลุก" เสียงเตือนดังขึ้นก่อนที่กันจะทันได้ยันตัวเองขึ้นจากการนอนอ่านเนื้อเพลงเล่นบนที่นอน...ศอกสองข้างยันอยู่บนเตียงนุ่ม...สายตามองตามต้นเสียงที่พึ่งขึ้นมาจากชั้นล่าง...

ริทไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม...ก่อนที่เจ้าตัวจะกระโดดขึ้นมาบนที่นอนด้วยอีกคนแล้วมานอนหนุนหลังของเขา

"ทำไมไม่นอนให้มันสบายกว่านี้ล่ะ" เอี้ยวคอหันไปมองคนที่ใช้ร่างกายเขาต่างหมอน...นอนอ่านเนื้อเพลงสบายใจเฉิบแล้วก็อดจะถามไม่ได้

"อย่างนี้สบายดีแล้ว...มันลำบากมึงดี..กัน" ตอบแล้วก็ยิ้ม...มีความสุขสะจริง...

แล้วเวลาก็ล่วงเลยผ่าน...ทั้งสองคนไม่ได้คุยอะไรกันมาก...เพราะต่างคนก็ต่างมีสิ่งที่ต้องทำ...

ด้านกัน...ถึงแม้จะต้องนอนค้างท่าเดิมนานๆ...แต่น้ำหนักศีรษะของริทก็ไม่ได้หนักอะไรขนาดที่จะทำให้รู้สึกเมื่อยได้...แถมริทก็ยังนอนนิ่งๆไม่เป็น...เอาแต่กลิ้งไปกลิ้งมา...กันเลยได้ความรู้สึกเหมือนมีคนมานวดหลังให้แทน...แต่เหนือสิ่งอื่นใด...สิ่งที่กันได้รับคือ...ความสบายใจ..และ...ความสุขใจ...

ฝ่ายริท...การหนุนลงบนแผ่นหลังของใครบางคนมันเทียบไม่ได้กับการนอนหนุนหมอน...เพราะมันมีแต่กล้ามเนื้อกับกระดูก...มันคงไม่นุ่มเหมือนฝ้ายหรือเส้นใยธรรมชาติอย่างในหมอน...แต่สิ่งนึงที่การนอนหนุนหมอนให้ไม่ได้...คือ..ไออุ่น...ที่ส่งผ่านมาถึง..หมอนมันไม่มีชีวิต...ให้ได้ก็แค่ความเย็นเยียบ...อ่อนนุ่มไปก็เท่านั้น...เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ...

"ริท...หลับไปแล้วเหรอ" คนที่นอน...นิ่งไปนานจนกันอดทักไม่ได้

"อื้อ~" เสียงงัวเงียมาก...

"ง่วงนอนก็นอนเลยดิ" กันขยับตัวลุก...ริทเลยลงมานอนบนเตียงตามปรกติแบบไร้ซึ่งหมอน

"ม่ายด้ายย...สกกะปก" ให้ตายสิ...

"งั้นมึงก็ไปอาบน้ำดิ" คราวนี้ริทส่ายหัว...

"มึงไปอาบก่อนเลยกัน...อาบเสร็จแล้วมาปลุกด้วย" ริทควานหาหมอนแล้วเอามาซุกนอน

"เกี่ยวไรกับกัน...กลัวตัวเองสกปรกก็ไปอาบน้ำแล้วมานอนต่อสิ" กันงง

"ม่ายด้าย...ถ้าริทปายอาบน้ามแล้วมานอน...กันก็จะม่ายยอมอาบน้ามแล้วก้อมานอนข้างริท...สกกะปก" กันหลุดขำทันทีที่ฟังคนตัวเล็กให้เหตุผล...ริทมันรู้ทันด้วยแหะ...ว่าแล้วเลยยื่นมือไปขยี้ผมคนที่ง่วงนอนให้ฟูเล่น

"อื้อๆๆ..."

...

...

...

"ริทๆ...กันอาบเสร็จแล้ว...ตื่นแล้วไปอาบน้ำได้แล้ว...ค่อยมานอนต่อ"

"อื้มมมม"เสียงครางงัวเงียบอกว่าง่วง

"ถ้าไม่ตื่นกันจะจูบแล้วนะ" เจ้าชายนิทรายอมตื่นทันที...ตายังหรี่จวนเจียนจะปิด...แต่ก็ยังสามารถลุกเดินไปคว้านู่นหยินนี่แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป...กันมองตามแล้วก็มีความสุข...อ้อ...ขนาดริทมันง่วงจนจะหลับได้ตลอดเวลา...มันก็ยังไม่ลืมที่จะไม่ล๊อกประตู....เจิ๊ดมาก!!!

เจ้าชายนิทรา...

แล้วคนอารมณ์ดีก็เริ่มร้องเพลง

"ปล่อยให้ฉันนอนหลับตา...ก็ยังดีกว่ารู้ว่าเธอไม่รักกัน...ได้โกหกตัวเอง อยู่ในความฝัน...ที่ฉันไม่ต้องการตื่น...จะยอมเป็นเจ้าชายนิทรา...แล้วใช้เวลาที่ยังมีทั้งคืน...ข่มตานอนหลับฝันไม่ยอมตื่น...ให้รักเรายังยั่งยืนอยู่ในฝัน..."

ฝัน?...นั่นสินะ...ตอนนี้ทุกอย่างมันก็เหมือนความฝัน...ริทมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจก...ฟังเพลงที่กันร้องแล้วก็นึกขึ้นได้...ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้...ความรู้สึกและทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้...มันก็แทบไม่ต่างไปจากความฝัน...ที่สักวัน...เราสองคนก็ต้องตื่นขึ้นมาพบความจริงอยู่ดี...

ความคิดเรื่องนี้แอบฝังตัวอยู่ในใจของริททันที...พออาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ...ก็ทำตัวไม่ถูก...จะพูดกับกันก็ไม่รุ้ว่าจะพูดอะไรดี...จะนอนก็นอนไม่หลับแล้ว...ทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

"เป็นไรไปอ่ะ" กันแปลกใจ...ตอนเข้าไปอาบน้ำก็ยังดีๆอยู่...แล้วนี่...ตัวเล็กของเขาเป็นไรไปแล้ว...แต่ริทก็ตอบคำถามของกันด้วยการสั่นศีรษะน้อยๆ...กันเลยลุกจากเตียงไปดึงริทมานั่งแปะลงบนที่นอน...สำรวจสีหน้าก็เห็นว่าริทหน้านิ่งผิดปรกติ...เหมือนใช้ความคิดอะไรอยู่

"ไม่นอนแล้วเหรอ" ถามแล้วก็ส่งยิ้มให้...แต่ดูท่าจะไม่ได้ผล...เพราะริทก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม...หรือว่าวันนี้ซ้อมกันเหนื่อยไป...จนริทมันเบลอไปแล้ว...หรือกันไปทำอะไรให้มันนอยด์...นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

"อาบน้ำแล้วมันหายง่วงแล้ว" หืม?...ตอบกันใช่มั้ย...

"นอนเล่นๆไปเดี๋ยวก็หลับ...นี่ก็ดึกแล้ว" กันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วตอบ...ตกลงริทมันเป็นหรือไม่ได้เป็นอะไรกันแน่ว่ะเนี่ย...

ริทมองสบตากันสักพัก...เรื่องที่คิดได้ก็อยากจะบอก...เรื่องที่สงสัยก็อยากจะถาม...แต่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเวลา...ขนาดคนที่คิดอะไรรอบคอบกว่าเขาอย่างกัน...ยังไม่เป็นปัญหากับเรื่องนี้...ถ้ามันเป็นสำหรับเขา...แสดงว่า...กันมันมีอิทธิพลต่อริทมากไปมั้ย...คิดแล้วก็ถอนหายใจด้วยความทุกข์ใจ...แล้วจึงล้มตัวลงนอนหนุนหมอน...ทั้งๆที่ตายังลืมโพลงแบบคนไม่ง่วงเลยสักนิด...

กันมองคนที่นอนลืมตาก็อดคิดเป็นห่วงไม่ได้...เพราะไม่รู้ว่าสาเหตุที่ริทคิดมากมันคืออะไร..เขาเลยไม่รู้ว่าจะช่วยพูดยังไงดี...แต่พอมาคิดว่า...ถ้าริทมันอยากให้กันรู้...มันก็คงบอกไปแล้ว...เพราะฉะนั้น...กันเลยเลิกคิดที่จะถามอีก...

"ร้องเพลงกล่อมให้เอามั้ย...หรือจะฟังนิทาน" กันถามเหมือนถามเด็กอนุบาล...ริทช้อนสายตาขึ้นมอง...ตกลงกันมันคิดยังไงกับริทกันแน่...น้องชายคนนึงเท่านั้น?

"นิทาน" ริทตอบ...ฟังกันร้องเพลงมาก็เยอะ...อยากรู้นักว่ากันมันจะเล่านิทานเรื่องอะไรให้เขาฟัง...

อย่างน้อยริทมันก็ตอบ...กันเลยเดินไปปิดไฟห้องนอนก่อนจะมาล้มตัวลงนอนข้างๆ...หันไปมองริท...ก็เห็นว่ายังลืมตามองมาอยู่...แสดงว่านอนไม่หลับจริงๆ...อืม....เล่าเรื่องอะไรดีน้า...

"ก็...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆน่ารักคนหนึ่ง...เขาเป็นคนเรียบร้อยพูดน้อยและมีจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์"

"เดี๋ยวกัน...มึงแต่งเองใช่มั้ยเนี่ย" กันไม่ตอบ...แต่ยังส่งยิ้มให้...ก่อนจะละสายตามามองเพดานห้องนอนที่มีแสงลอดผ้าม่านเข้ามาส่องอยู่...ริทใช้ช่วงเวลานั้นลอบมองใบหน้าด้านข้างอยู่เงียบๆ

"เขาเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น...และเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับสังคมปัจจุบัน...เขาโตขึ้นมาพร้อมด้วยความรักความเอ็นดูของทั้งพ่อ แม่ และญาติทุกคน...ตลอดช่วงเวลานั้น...ทุกๆวันของเขามีแต่ความสุขและความอุ่นใจ...เขาไม่เคยได้รับรู้ว่า"ความเหงา"มันเป็นยังไง"

"จนกระทั่งวันนึง...วันที่เขาต้องเดินก้าวต่อไปด้วยขาของตัวเอง...เขาย้ายเข้ามาสู่โลกใบใหม่...สังคมใหม่...มายืนอยู่ในจุดที่แปลกตา...ไม่คุ้นเคย...และไม่มีใครอยู่ข้างๆเขา...ไม่มีคนที่เข้าใจ...ไม่มีคนที่จะมาให้ความสนใจ...ไม่มีความรักความอบอุ่นเหมือนที่เคยๆมา"

"นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้จักคำว่า โดดเดี่ยว...เหงา...และได้รู้ว่า เวลามากมาย...มันไม่มีค่า...ถ้าไม่ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรัก..."

เงียบไปชั่วครู่....เมื่อคนเล่าหันมาสบสายตาคนที่นอนมองเขาอยู่ข้างๆ...ริทตกใจที่อยู่ดีๆกันก็หันมามอง...แต่ก็ไม่ได้หลบสายตาแต่อย่างใด...จนกลายเป็นกันที่ต้องหลบสายตา...แล้วเริ่มเล่าต่อ...

"แล้วเวลาก็ค่อยๆทำให้เด็กคนนั้นเปลี่ยนไป...เขาเริ่มปรับตัวกับสังคมใหม่ๆ...เพื่อนใหม่ๆ...เพราะเวลาถึง 6 ปีทำให้เขาเริ่มคุ้นเคยและเคยชิน...เขาได้เจอมิตรภาพ...ได้เรียนรู้โลกที่เปิดกว้าง...ได้ศึกษาในสิ่งที่เขาสนใจ...แต่ทุกครั้งที่เขาได้เจอกับสังคมใหม่...หรือเพื่อนใหม่...เขาก็ยังคงต้องเจอกับเหตุการณ์แบบเดิมๆ...โดยที่เขาไม่รู้ว่าควรจะวางตัวยังไง...จะแสดงออกยังไง...ใครๆเลยมองว่าเขาเป็นคนเรียบร้อย...และบางคนก็ไม่กล้าจะมาพูดคุยกับเขา.."

"จนกระทั่งวันนึง...วันที่เขาพยายามที่จะไล่ตามความฝันของตัวเอง...เขาพอจะมีความมั่นใจในตัวเองอยู่บ้าง...และเขาเชื่อว่าเขาทำทุกอย่างออกมาได้อย่างสุดความสามารถและดีที่สุดเพื่อความฝันของเขา...แต่...มันก็คงยังดีไม่พอ...เขาไปไม่ถึงจุดหมาย...เขาเสียใจ...แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้...ความเสียดายและผิดหวังมันซ่อนตัวเองอยู่เงียบๆและค่อยๆบันทอนกำลังใจ..."

"โชคยังดีที่คนที่รักเขาทุกคนยังคอยให้กำลังใจ...ทำให้เขายังมีความหวัง...ความหวังที่ทำให้เขาลุกขึ้นสู้อีกครั้งบนเส้นทางสายนี้...และเขาได้บอกกับตัวเองไว้ว่า...เขาจะทำมันให้ดีที่สุดเพราะมันจะเป็นการลองเดินครั้งสุดท้าย...ด้วยความทุ่มเทสุดกำลัง...และถ้าเขายังไปไม่ถึงจุดหมาย...มันก็คงเป็นคำตอบ...ที่จะบอกเขาว่า...สิ่งที่เขาฝัน...มันไกลเกินตัว..."

"แต่พอมาถึงวันจริง...เด็กชายคนนั้นกลับยิ่งรู้สึกแย่กว่าครั้งที่แล้ว...เขากดดันตัวเอง...เขาไม่มั่นใจ...เขากลัว...กลัวเส้นทางที่ตัวเองกำลังจะเดิน...เขามองผู้คนรอบข้าง...ทุกคนล้วนดูดีกว่าเขามาก...ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้เด็กผู้ชายคนนั้นได้แต่คิดวิตกว่า...เขาอาจดีไม่พอ...และผลของครั้งนี้ก็อาจไม่ต่างไปจากครั้งที่แล้ว..."

"แล้วในวันที่เด็กผู้ชายคนนั้นทุกใจมากที่สุด...วันนั้นเองเขาก็ได้พบกับใครคนนึง...คนที่อยู่ดีๆก็มาคุยด้วย...มาพร้อมเพื่อนอีกคนนึง...มารู้จักกัน...มาทำให้เขายิ้มออก...มาทำให้เขาลืมที่จะคิดวิตก...ทำให้เด็กผู้ชายคนนั้นลืมความคิดแย่ๆที่คอยกดดันเขา...ใครคนนั้นยิ้มตลอดเวลา...มองโลกทุกอย่างในแง่ดี...เป็นใครคนที่กล้าเข้ามาทักเด็กผู้ชายคนนั้น...ทั้งๆที่คนอื่นๆไม่กล้าเพราะภาพลักษณ์ที่ดูเงียบเกินไป...และด้วยความที่เป็นคนที่ดูเข้าถึงยาก..."

เล่าถึงตรงนี้...สายตาหวานๆก็หันมาสบที่ดวงตาคู่สวย...ดวงตากลมโตมีแวววุ่นว่ายใจจนเห็นได้ชัด...ริทจะรู้มั้ย...ว่า'เด็กผู้ชายคนนั้น'ที่กันพูดถึงคือใคร...และ'ใครคนนั้น'ที่เข้ามาเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตนั้นคือใคร...

"ใครคนนั้นทำให้เด็กผู้ชายได้พบความสุขอีกครั้ง...ได้รู้สึกถึงความห่วงใยและความอุ่นใจ...ทำให้เด็กผู้ชายคนนั้นได้คิดว่า...ความฝันที่อยากจะเป็น...แท้จริงแล้ว..มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมั้ย...มันเป็นสิ่งที่คงทนถาวรตลอดไปหรือเปล่า...แล้วแท้จริง...หัวใจของเด็กผู้ชายคนนั้น...ร่ำร้องหาสิ่งใดกันแน่..."

เพราะความมืดยามดึก..ทำให้ริทได้ซ่อนใบหน้าอยู่อย่างนั้น...ไม่รู้ว่าป่านนี้แก้มตัวเองจะแดงไปไหนถึงไหนแล้ว...รู้สึก เขิน ทั้งๆที่ไม่รุ้ว่ากันมันหมายถึงใคร...เขิน ทั้งๆที่เรื่องที่กันมันเล่าก็เป็นแค่นิทาน...และยิ่ง เขิน ทุกครั้งที่สบตาตอบคนที่กำลังมองมา...

"เด็กผู้ชายคนนั้นเลิก 'คาดหวัง' กับเรื่องในอนาคต...เพราะการ 'คาดหวัง' จะทำให้คน 'ผิดหวัง' ได้...ทำเพียงแค่ 'หวัง' แค่พอเป็นกำลังใจ...บอกตัวเองให้ทำทุกอย่างเต็มความสามารถ...เรื่องของตัวเองให้ทำเท่าที่ทำได้...และหันไปใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นบ้างดีกว่า...ทำเพื่อใครคนอื่น...และรวมไปถึงใครคนนั้น...คนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิต...เพราะเมื่อเห็นเขามีความสุข เราก็จะมีความสุขด้วย...เมื่อเห็นเขายิ้ม...เราก็จะยิ้มตาม...และเมื่อเห็นใครคนนั้นเศร้าเสียใจ...เราก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้เขากลับมายิ้มได้ตามเดิม..."

แล้วนิทานของกันก็หยุดลงเท่านั้น...ทั้งคนเล่าและคนฟังต่างก็ใจเต้นแรงไม่แพ้กัน...

"จบแล้วเหรอ...เหมือนมันยังไม่จบเลย"

"อืม...never-ending story ไง"

"อ้าว...แล้วกันจะเอามาเล่าทำไมถ้ามันไม่มีตอนจบ" ริทท้วงเสียงอ่อย...กันแอบขำ...ท่าทางเนื้อสารที่ส่งไปอาจไปไม่ถึง

"ก็เรื่องมันยาวดี...นึกว่าระหว่างที่ฟังริทจะหลับไปก่อน...แต่นี่เล่นนอนฟังตาแป๋วเชียว" กันแก้ตัวไปอย่างนั้น...ในเมื่อความในใจบอกไปไม่ได้...ก็คงต้องทำแบบนี้

"งั้น...วันหลังริทจะช่วยแต่งเติมเรื่องราวในชีวิตของเด็กผู้ชายคนนั้นอีกคนนะ...ตอนนี้ริทง่วงแล้ว...กู้ดไนท์" พูดตัดบทแล้วก็ผลิกตัวหันข้างหลบไปอีกด้าน

กันมองคนที่หันตัวหลบแล้วก็อดที่จะคิดไม่ได้...หมายความว่าไง?...ช่วยแต่งเติมเรื่องราวในชีวิต?

"ริท.."

"หืม?"

"เด็กผู้ชายคนนั้นฝากบอกว่า..ฝันดีนะ" Embarassed


...

กัน...ใครคนนั้นก็ฝากอวยพรให้กันฝันดีเหมือนกัน Sleep


...

...

----------------------------------------------------------------
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
ploysi2
Newbie
Newbie


จำนวนข้อความ : 1
Join date : 01/07/2010

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: จิ้น กัน ริท อ่านเร็ว สนุกๆ   Thu Jul 01, 2010 5:39 pm

5555555 Laughing เวิ้นเวอร์ด้ายจัยจริง ชอบอ่ะ มีต่อมั้ย Question
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
inaw
Newbie
Newbie


จำนวนข้อความ : 1
Join date : 14/12/2011

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: จิ้น กัน ริท อ่านเร็ว สนุกๆ   Wed Dec 14, 2011 1:06 pm

hello
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว
 
จิ้น กัน ริท อ่านเร็ว สนุกๆ
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» อะไรเอ่ย
» หมาน้ำ
» ผู้หญิงเก่ง
» ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ
» เรื่องจริงภาคพิสดาร

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
★ บ้านอสรพิษ. :: GUN ' :: gun's news .-
ไปที่: